สถาปัตยกรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสำหรับข้อมูลคุ้มครองเด็กและหลักฐาน
Child Protect Platform ออกแบบมาสำหรับงานคุ้มครองเด็กที่มีข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งต้องควบคุมความลับ สิทธิ์ผู้ใช้ การเก็บรักษาหลักฐาน การกู้คืนข้อมูล และการตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างชัดเจน
ออกแบบเพื่อสนับสนุนงานคุ้มครองเด็กในประเทศไทยที่คำนึงถึง PDPA
Child Protect Platform ช่วยโรงเรียนและองค์กรที่ทำงานกับเด็กควบคุมข้อมูล เก็บรักษาหลักฐาน จัดการสิทธิ์ผู้ใช้ และตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานคุ้มครองเด็กในบริบทประเทศไทย
ออกแบบสำหรับการใช้งานจริงที่แข็งแรง
รูปแบบการติดตั้งออกแบบมาเพื่อลดพื้นผิวเสี่ยงของระบบ และให้การเข้าถึงเกิดผ่านขั้นตอนของแอปพลิเคชันที่มีการยืนยันตัวตน
HTTPS และ reverse proxy
ทราฟฟิกสาธารณะเข้าสู่ระบบผ่าน HTTPS และถูกส่งต่อผ่านชั้น reverse proxy ที่ควบคุมได้
บริการภายในไม่เปิดตรงสู่สาธารณะ
สามารถกำหนดให้บริการแอปพลิเคชันและฐานข้อมูลไม่เปิดบนอินเทอร์เฟซสาธารณะในการติดตั้งที่แข็งแรง
Firewall และ SSH hardening
รองรับแนวทาง firewall แบบปฏิเสธเป็นค่าเริ่มต้น, SSH ด้วยกุญแจ, จำกัด root access และการป้องกัน brute force
การป้องกันหลายชั้นสำหรับขั้นตอนงานหลักฐาน
ความปลอดภัยต้องอาศัยหลายมาตรการทำงานร่วมกัน ทั้งการเข้ารหัส การควบคุมขอบเขตสิทธิ์ บันทึกการตรวจสอบ การติดตามการปฏิบัติงาน และการทดสอบการกู้คืน
พร้อมยกระดับการดำเนินงานคุ้มครองเด็กหรือไม่?
เริ่มจากการพูดคุยแบบเจาะจงสำหรับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน หรือองค์กรที่ทำงานกับเด็ก
การทบทวนความปลอดภัยที่ควรทำเป็นประจำ
- ตรวจสอบบทบาทผู้ใช้และสิทธิ์การเข้าถึงอย่างสม่ำเสมอ
- ทบทวนว่าหลักฐานและไฟล์แนบยังอยู่กับเคสที่ถูกต้อง
- ตรวจสอบการตั้งค่า hosting, HTTPS, firewall และการเข้าถึงระบบหลังบ้าน
- กำหนดขั้นตอนการแจ้งและทบทวนเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
คำถามสำคัญด้านความปลอดภัยของข้อมูล safeguarding
ข้อมูลคุ้มครองเด็กควรได้รับการดูแลอย่างรอบคอบกว่าข้อมูลทั่วไป โรงเรียนควรถามว่าใครเข้าถึงข้อมูลได้ ใครสามารถดูหลักฐานได้ และมีประวัติการตรวจสอบเพียงพอหรือไม่เมื่อมีการเพิ่ม แก้ไข หรือทบทวนเคส
แนวทางที่เหมาะสมคือการใช้สิทธิ์ตามบทบาท การแยกข้อมูลตามโรงเรียนหรือกลุ่ม และการเก็บหลักฐานไว้กับบริบทของเคส เพื่อลดความเสี่ยงจากการส่งต่อหรือเปิดเผยข้อมูลเกินจำเป็น
ความปลอดภัยในระดับแอปพลิเคชัน
สำหรับซอฟต์แวร์ safeguarding ความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงการเข้ารหัสเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการกำหนดบทบาทผู้ใช้ ขอบเขตข้อมูลตามโรงเรียน การบันทึกประวัติการเข้าถึง และการควบคุมว่าใครสามารถดู แก้ไข หรือแนบหลักฐานในเคสได้
การออกแบบเช่นนี้ช่วยให้โรงเรียนลดการพึ่งพาการส่งไฟล์ผ่านอีเมลหรือการเก็บหลักฐานในโฟลเดอร์ที่ควบคุมยาก และทำให้การทบทวนย้อนหลังทำได้อย่างมีหลักฐานมากขึ้น